การบำบัดด้วยซาวน่าและอบไอน้ำ

ซาวน่า เป็นคำมาจากภาษาฟินนิชของชาวฟินแลนด์ ซึ่งหมายถึงหลุมหรือโพรงที่หิมะปกคลุมและสัตว์ป่ามักใช้เป็นที่หลบภัยหรือพักนอน ชาวฟินแลนด์ได้นำมาดัดแปลงสร้างเป็นกระท่อมลึกลงไปในดิน เพื่อทำเป็นที่อบตัวด้วยไอร้อน ซึ่งได้จากการเผาหินให้เป็นตัวกระจายความร้อน

ซาวน่าในปัจจุบันมาอยู่ในตัวตึก แต่ยังคงแบบห้องที่สร้างด้วยไม้เอาไว้ สำหรับประโยชน์ของซาวน่าจากการแผ่กระจายความร้อนจากหินที่เผา ทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย และรูขุมขนจะเปิดออกกว้างขึ้น ช่วยให้สิ่งสกปรกที่สะสมในรูขุมขนใต้ผิวหนังถูกขับออกมา หลังจากนั้นอาจอาบน้ำเย็นจัดทันทีหรือจะแช่ตัวในอ่างน้ำเย็นก็ได้ รุขุมขนที่ขยายตัวจะหดกลับทันที ทำให้รู้สึกว่าผิวหนังสะอาดสดชื่นและเนียนกว่าการอาบน้ำปกติธรรมดา เลือดในร่างกายมีการไหลเวียนมากขึ้น โดยไม่ถูกใช้งานแบบหักโหม และกล้ามเนื้อก็ไม่เมื่อยล้า เหมือนการออกกำลังกายอื่นๆ ดังนั้นการเข้าไปนั่งในห้องซาวน่าจึงไม่ใช่เป็นการฝึกความอดทนทั่วไปของหัวใจ และระบบการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งไม่ใช่เป็นการฝึกให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพียงแต่ช่วยขจัดความปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อมีการผ่อนคลายมากขึ้น ผู้ที่เข้าอบซาวน่าจะใช้เวลาในห้องอบประมาณ 8-12 นาที และจะเสียเหงื่อราวๆ 20-30 กรัมต่อนาที หรือประมาณ 400-600 กรัม

ถ้าอยากให้เลือดลมเดินดี ควรอบร้อน 10-15 นาที แล้วสลับน้ำเย็น 3 นาที ทำซัก 3 รอบได้ผลดีกว่าการอบร้อนเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าจะอบเพื่อไปนวดตัว ให้อบร้อนอย่างเดียวให้กล้ามเนื้อคลายแล้วนวดจะคลายเส้นได้ดีกว่า

การอบซาวน่าและการอบไอน้ำ มีข้อดีที่เหมือนกันคือ ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเลือด กระตุ้นการทำงานของผิวหนัง การหายใจ และกระตุ้นทั่วร่างกายให้มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังกระตุ้นระบบประสาท ระบบฮอร์โมน ทำให้จิตใจผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับ วิธีการอบซาวน่าหรืออบไอน้ำที่ถูกต้อง ต้องอบร้อนสลับเย็น กล่าวคือ อบร้อน 3 นาที แล้วออกมาแช่ตัวในบ่อน้ำเย็นหรืออาบน้ำเย็น 2 นาที สลับกัน 3 รอบ เริ่มด้วยร้อน จบด้วยเย็น เท่านี้จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพคุณให้แข็งแรงได้แล้ว

สาวๆ ที่ชอบใช้เวลาว่างกับการออกกำลังตาม ศูนย์ออกกำลัง หรือ ฟิตเนส น่าจะคุ้นเคยกับ "ห้องเซาน่า" (Sauna) และ "ห้องอบไอน้ำ" (Steam Room) กันเป็นอย่างดี สำหรับบรรดามือใหม่ แนะนำว่าควรเลือกใช้บริการห้องอบไอน้ำก่อน เมื่อเกิดความคุ้นเคยแล้วจึงเปลี่ยนมาใช้ห้องเซาน่าจะดีกว่า ก่อนจะเข้าใช้บริการห้องเซาน่าจึง ควรดื่มน้ำอุ่นมากๆ เนื่องจากความร้อนระดับห้องเซาน่านั้นจะช่วย กระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดอย่างรุนแรง ทำให้มีเหงื่อออกมาก ซึ่งมีประโยชน์ในการ ช่วยให้การระบายของเสียทางระบบไหลเวียนน้ำเหลืองทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผิว

เราเรียกกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นว่า กระบวนการสร้างไข้เทียม ต้องทราบก่อนว่า เวลาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเรา ร่างกายจะสั่งให้อุณหภูมิของตัวเองสูงขึ้น เสมือนเป็นสัญญาณเตือนภัย เมื่อมีสัญญาณเตือนแล้ว เม็ดเลือดขาวของเราก็จะออกมาลาดตระเวณกำจัดเชื้อโรคทั้งหลายในทางตรงข้าม คนที่ภูมิต้านทานไม่ค่อยดี การอบร้อนจะหลอกร่างกายว่ามีไข้เกิดขึ้น (ไข้เทียม) ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ภูมิต้านทานทำงานดีขึ้นทางอ้อมได้เช่นกัน

การบำบัดด้วยความร้อนแห้ง (sauna)

  • ซักประวัติ
  • ไม่มีประวัติความดัน ลมชัก โรคหัวใจ
  • แนะนำวิธีใช้
  • ไม่เกิน 80 C เวลา 5-10 นาที = อาบน้ำเย็น = อบซ้ำ = อาบน้ำเย็น
  • ถ้าอากาศแห้งไปให้รดน้ำบนหินร้อน
  • ข้อแนะนำหลังอบ: ดื่มน้ำสะอาด พักจนเหงื่อแห้ง
  • ประโยชน์
  • เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • คลายกล้ามเนื้อ
  • ทำความสะอาดผิว ขับสารพิษ
  • คลายเคียด หลับสบาย

การบำบัดด้วยความร้อนเปียก (อบไอน้ำ = steam)

  • ซักประวัติ
  • ไม่มีประวัติเบาหวาน มีครรภ์ โรคเส้นเลือดขอด
  • แนะนำวิธีใช้
  • 40 -43 C เวลา 15-20 นาที
  • มักใส่สมุนไพรหอมลงในหม้อไอน้ำ
  • ข้อแนะนำหลังอบ: ดื่มน้ำสะอาด พักจนเหงื่อแห้ง
  • ประโยชน์
  • เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • คลายกล้ามเนื้อ
  • ทำความสะอาดผิว ขับสารพิษ
  • คลายเครียด หลับสบาย

สรุป คือ ประโยชน์เหมือนกัน เพียงแต่ขึ้นอยู่กับความชอบ และปัจจัยทางร่างกายมากกว่า

 

ข้อมูลจาก soravijn.blogspot.com

error: Content is protected !!